มติคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล .ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒  
 

มติคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๒

          นายพัสกร ใยน้อย ปลัดอบต.บึงบอน จังหวัดปทุมธานี ในฐานะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๒ คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ได้ประชุมประจำเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นครั้งที่ ๓/๒๕๕๒ ณ ห้องประชุม ๕๕๐๑ อาคาร ๕ ชั้น ๕ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีการพิจารณาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลหลายเรื่อง ดังนี้
          ๑)รับทราบการเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษนอกเหนือโควตาปกติในจังหวัดชายแดนภาคใต้
               -ที่ประชุมได้รับทราบ กรณีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย บำเหน็จความชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้ "เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐฯ ซึ่งได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ปกิบัติงานประจำในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ "หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน อปท. และหน่วยงานของรัฐทุกประเภท ประกอบกับมติ ก.บ.จ.ต. ให้ครอบคลุมถึงข้าราชการและเจ้าหน้าาที่ของรัฐทุกประเภท ดังนั้น ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และลูกจ้างของอปท. ผู้ปฏิบัติงานใน จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ ๔ อำเภอของจ.สงขลา (อ.จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) และจ.สตูล จึงมีสิทธิได้รับบำเหน็จความชอบดังกล่าวด้วย
            ๒)ตอบข้อหารือพนักงานส่วนตำบลถูกคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการจากต้นสังกัดเดิมภายหลังการบรรจุแต่งตั้ง ณ ต้นสังกัดใหม่
               -ที่ประชุมเห็นชอบให้ตอบข้อหารือ กรณี จังหวัดสมุทรปราการ ได้หารือ กรณี น.ส.อชิรญา ดาวเรือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งลูกจ้างประจำ สังกัด อบต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑ ต.ค. ๒๕๔๔ ถึง ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดย ก.อบต.จังหวัดสมุทรปราการ มีมติในการประชุมครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๐ ให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ และ อบต.เทพารักษ์ มีคำสั่งลงโทษไล่ออกเมื่อวันที่ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๐ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ เพราะบุคคลดังกล่าวได้ขอลาออกจากราชการ ซึ่ง อบต.เทพารักษ์ มีคำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ ต่อมา น.ส. อชิรญาฯ ได้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ แต่ ก.อบต.จังหวัดสมุทรปราการ มีมติยกอุทธรณ์ ปัจจุบัน น.ส.อชิรญาฯ ดำรงตำแหน่ง จนท.ธุรการ ระดับ ๑ สังกัด อบต.บางเสาธง ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ จ.สมุทรปราการ เห็นว่า เมื่อ อบต.เทพารักษ์ มีคำสั่งลงโทษไล่ น.ส.อชิรญาฯ ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๐ บุคคลดังกล่าวจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบล ตามประกาศ ก.อบต.จังหวัดสมุทรปราการ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของอบต. พ.ศ. ๒๕๔๕ แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๖ และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๖ ข้อ ๘๓ อบต.บางเสาธง จะต้องออกคำสั่งให้ น.ส.อชิรญาฯ พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานส่วนตำบล ตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๐ และเรียกเงินค่าตอบแทนทั้งหมดที่ น.ส. อชิรญาฯ ได้รับไปแล้วคืนให้ อบต.บางเสาธง ความเห็นจังหวัดสมุทรปราการถูกต้องหรือไม่นั้น
               -ที่ประชุมเห็นชอบตามที่ อ.ก.อบต.วินัย เสนอ ตามมติ อ.ก.อบต.วินัยในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าว น.ส.อชิรญา ดาวเรือง ครั้งดำรงตำแหน่งลูกจ้างประจำ สังกัด อบต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ถูกคำสั่งลงโทษไล่ออกเมื่อวันที่ ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๐ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ แม้ปัจจุบัน น.ส. อชิรญาฯ จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลตำแหน่ง จนท.ธุรการ ระดับ ๑ สังกัด อบต.บางเสาธง ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ ก็ตาม แต่เมื่อ น.ส. อชิรญาฯ ถูกคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการขณะดำรงตำแหน่งลูกจ้างประจำ ย่อมขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลตามข้อ ๑ (๑๓) ของประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นสำหรับพนักงานส่วนตำบล ลงวันที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๔๔ ให้นายกอบต.สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน ตามข้อ ๑๖ ของประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเก่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้งฯ ลงวันที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๔ถ โดยการสั่งให้ออกจากราชการให้สั่งให้ออกย้อนหลังไปถึงวันที่ควรต้องออกจากราชการตามกรณีนั้น แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการทำให้เสียประโยชน์ตามสิทธิโดยชอบธรรมของผู้ถูกสั่งให้ออกนั้น ดังนั้น เงินเดือนค่าตอบแทนทั้งหมดที่ น.ส. อชิรญาฯ ได้รับไปในขณะดำรงตำแหน่ง จนท.ธุรการ ระดับ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๔๙ จนถึงวันที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการเพราะกรณีขาดคุณสมบัติทั่วไปฯ จึงไม่สามารถเรียกคืนได้ ตามข้อ ๒๘ (๓) และ (๔) ของประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลเรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ออกจากราชการ ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๔
               ๓)ตอบข้อหารือ ความหมายของคำว่า "เป็นคู่กรณี" และคำว่า "ถุกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วม" ตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย ข้อ ๓๑ วรรคห้า และการพิจารณารายงานการสอบสวนข้อ ๓๑ วรรคหก
                  -ที่ประชุมเห็นชอบให้ตอบข้อหารือของ ก.อบต.จังหวัดหลายแห่ง ที่หารือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยพนักงาานส่วนตำบล ในความหมายของคำว่า "เป็นคู่กรณี" และคำว่า "ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วม" ตามมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย ข้อ ๓๑ วรรคห้า ว่า ถ้อยคำทั้งสองมีความหมายและขอบเขตเพียงใด
                  -โดยที่ประชุมเห็นชอบตาม อ.ก.อบต.วินัย ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามข้อ ๓๑ วรรคห้า และการพิจารณารายงานการสอบสวน ตามข้อ ๓๑ วรรคหก ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย เป็นไปโดยเหมาะสม ปราศจากพยาบาท อคติหรือโทสะจริต ดังนั้น
                  ๑.คำว่า "เป็นคู่กรณี" อาจหมายถึง การมีพฤติกรรมหรือมีเหตุการณ์ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอันมีสภาพร้ายแรงจนอาจเป็นเหตุให้การพิจารณาเสียความชอบธรรมก็ได้ โดย ก.อบต.จังหวัดต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป
                  ๒.การ "เป็นคู่กรณี" ตามข้อ ๑ หรือ "ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วม" ให้ถือเฉพาะตัวบุคคล ระหว่างผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกับผู้ถูกสอบสวน
                  ๓.การพิจารณารายงานการสอบสวน (สว.๖) อันเนื่องมาจากข้อ ๓๑ วรรคห้าให้คณะกรรมการสอบสวนรายงานผลการสอบสวนให้ ก.อบต.จังหวัด พิจารณาเมื่อ ก.อบต.จังหวัดมีมติเป็นประการใดให้นายกอบต.สั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น ตามนัยข้อ ๓๑ วรรคหก
               ๔)เรื่องตอบข้อหารือ กรณีปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกอบต. ออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย
                  -ที่ประชุมเห็นชอบตาม อ.ก.อบต.วินัย เสนอ ให้ตอบข้อหารือ จังหวัดนครปฐม ซึ่งหารือ กรณีนายทักสินย์ ชุ่มน้อย ปลัดอบต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ขณะปฏิบัติหน้าที่ นายกอบต.กระทุ่มล้ม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรงตนเอง กับนายสุเมธ คล้ายขำ หัวหน้าส่วนโยธา นายกฤษณวัจน์ คุ้มวงศ์ ช่างโยธา จ.อ.มนัส ประคองโพธิ์ทอง รองปลัดอบต.กระทุ่มล้ม และนางสุภาพรรณ โตมอญ หัวหน้าส่วนการคลัง ในเรื่องที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ (จว.นครปฐม) ได้ชี้มูลว่า นายทักสินย์ฯ กับพวก ไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายดังนี้
                    (๑) กำหนดราคากลางโครงการก่อสร้างติดตั้งเครื่องปรับอากาศประจำอาคารสำนักงานสูงเกินความเป็นจริง เป็นเงินจำนวน ๒๙๖,๒๐๐ บาท ซึ่งถือเป็นการประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ราชการเสียหาย
                    (๒) การขยายเวลากำหนดส่งมอบงานก่อสร้างอาคารสำนักงานไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การพัสดุขององค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๕๘ และ ๖๑ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายจากการไม่เรียกเงินค่าปรับจากผู้จ้าง เป็นเงิน ๑๘๖,๔๕๐ บาท
                  -โดย ก.อบต.จังหวัดนครปฐม ได้พิจารณากรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ชี้มูลความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงนายทักสินย์ฯ ปลัดอบต.กระทุ่มล้ม ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ แล้วเห็นว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรงนายทักสินย์ฯ ปลัดอบต.กระทุ่มล้ม โดยนายทักสินย์ฯ ขณะปฏิบัติหน้าที่ นายกอบต.กระทุ่มล้ม เป็นผู้ลงนามนั้น เห็นว่า ไม่มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตนเองได้ ตามประกาศ ก.อบต.จังหวัดนครปฐมฯที่กำหนดว่า "ในกรณี นายกอบต.เป็นคู่กรณีกับผู้ถูกสอบสวนหรือถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดร่วมกับพนักงานส่วนตำบล เมื่อคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลตรวจสอบปรากฎว่า เป็นความจริง ให้คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลพิจารณาและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวน เพื่อให้นายกอบต.ออกคำสั่งแต่งตั้งตามมติ แล้วแจ้งต้นสังกัดของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสอบสวนทราบ" จึงเห็นว่า กรณีนี้ ก.อบต.จังหวัดนครปฐม จะต้องพิจารณาและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยในกรณีดังกล่าว ความเห็นของ จังหวัดนครปฐมถูกต้องหรือไม่ นั้น
                 -ก.อบต.เห็นว่า กรณีดังกล่าวเมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๓ (จว.นครปฐม) ชี้มูลความผิดของนายทักสินย์ ชุ่มน้อย ปลัดอบต.กระทุ่มล้มกับพวก ว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายย่อยทำให้ นายทักสินย์ฯ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับพนักงานส่วนตำบลคนอื่น นายกทักสินย์ฯ จึงไม่อาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยตนเองได้ แม้จะเป็นการออกคำสั่งในฐานะปฏิบัติหน้าที่ นายกอบต.กระทุ่มล้ม ก็ตาม ก.อบต.จังหวัดนครปฐม ต้องพิจารณาและมีมติคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนเพื่อนายกอบต.กระทุ่มล้ม (นายทักสินย์ฯ ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกอบต.) ออกคำสั่งแต่งตั้งตามมติฯ แล้วแจ้งต้นสังกัดของผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการสอบสวนทราบ แต่เมื่อนายทักสินย์ฯ ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดย ก.อบต.จังหวัดนครปฐม มิได้พิจารณาคัดเลือกคณะกรรมการสอบสวนย่อมทำให้การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวขัดแย้งกับข้อ ๓๑ วรรคห้า ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย กรณีนี้แม้เป็นเพียงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรงก็ตาม ย่อมชอบที่จะนำเอากระบวนการทางวินัยอย่างร้ายแรงมาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย
               ๕)หารือการเพิ่มโทษทางวินัยพนักงานส่วนตำบลหลัง พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ
                  -ที่ประชุมเห็นชอบให้ตอบข้อหารือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่ อ.ก.อบต.วินัยเสนอ โดย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หารือการดำเนินการทางวินัยพนักงานส่วนตำบล กรณีนางศิริรัตน์ แก้วรัตน์ ตำแหน่ง หน.ส่วนการคลัง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง จนท.บริหารงานการเงินและบัญชี ระดับ ๓ สังกัด อบต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริจต่อหน้าที่ราชการ โดยอบต.บึงนคร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน ๕% เป็นเวลา ๓ เดือน เมื่อวันที่ ๒๓ พ.ย. ๒๕๔๔ ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมในเรื่องเบิกจ่ายเงินเกินจำนวนที่ระบุในฏีกา และมีคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น เมื่อวันที่ ๒๓ พ.ค. ๒๕๔๕ ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ในเรื่องเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและเงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่ถูกต้องตามระเบียบ แล้วรายงาน ก.อบตงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อพิจารณา ขณะเดิียวกันนางศิริรััตน์ฯ ได้โอน (ย้าย) ไปดำรงตำแหน่ง หน.ส่วนการคลัง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ต่อมา ก.อบต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค. ๒๕๕๐ ได้มีมติให้เพิ่มโทษนางศิริรัตน์ฯ เป็นไล่ออกจากราชการแต่ในขณะที่ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ยังมิได้มีคำสั่งเพิ่มโทษเป็นไล่ออกจากราชการปรากฎว่า ได้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๐ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงขอหารือว่า กรณีของนางศิริรัตน์ฯ อยู่ในเงื่อนไขของการได้รับการล้างมลทินฯ หรือไม่ และกรณี อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ยังมิได้ออกคำสั่งลงโทษ ตามมติ ก.อบต.จังหวัด ตามนัยข้อ ๗๐ แห่งประกาศ ก.อบต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ลงวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๕ ซึ่งได้มีมติก่อนวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๐ จะทำให้คำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน และคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือนมีผลโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่
                  -โดย อ.ก.อบต.วินัย มีมติในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ พิจารณาแล้วเห็นว่า ในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ ได้มีการระบุเหตุผลไว้ว่า "เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและให้เกิดสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทมหาภูมิพลอดุลยเดช สมควรล้างมลทินให้ผู้ถูกลงโทษทางวิันัย ของกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งได้รับการลงโทษทางวินัยไปแล้วก่อนหรือในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๐ ให้ผู้นั้นไม่ต้องถูกพิจารณาเพิ่มโทษหรือถูกดำเนินการทางวินัยในกรณีนั้น ๆ ต่อไปด้วย" สำหรับกรณีของนางศิริรัตน์ แก้วรัตน์ อบต.บึงนคร อ.หัวหิน ได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % เป็นเวลา ๓ เดือน เมื่อวันที่ ๒๓ พ.ย. ๒๕๔๔ และคำสั่งลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น เมื่อวันที่ ๒๓ พ.ค. ๒๕๔๕ แล้วรายงาน ก.อบต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อพิจารณา ขณะเดียวกัน นางศิริรัตน์ฯ ได้ โอน (ย้าย) ไปดำรงตำแหน่ง หน.ส่วนการคลัง อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ต่อมา ก.อบต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๕ ต.ค. ๒๕๕๐ ได้มีมติให้เพิ่มโทษนางศิริรัตน์ฯ เป็นไล่ออกจากราชการ แล้วแจ้งมติดังกล่าวให้ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ทราบ แต่อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ยังมิได้มีคำสั่งเพิ่มโทษนางศิริรัตน์ฯ ให้เป็นไปตามมติ ก.อบต.จังหวัดดังกล่าว ปรากฏว่า พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๐ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ จึงไม่สามารถสั่งเพิ่มโทษให้เป็นไปตามมติ ก.อบต.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ เนื่องจากนางศิริรัตน์ฯ ได้ถูกลงโทษตัดเงินเดือน ๕ % เป็นเวลา ๓ เดือน และถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ มีผลใช้บังคับแล้ว ย่อมเป็นผู้ถูกลงโทษเพราะกระทำผิดวินัย จึงได้รับการล้างมลทินตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้ว
               ๖)ร้องขอให้ทบทวนมติ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี กรณีการเพิ่มโทษทางวินัยภายหลังกฎหมายล้างมลทินมีผลใช้บังคับ
                  -ด้วยว่าที่ ร.ท.มานัต อุบลทิพย์ และนายชั้น น้อยนวล ส.อบต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้มีหนังสือร้องต่อประธาน ก.อบต. และ อสถ. ขอให้ทบทวน มติ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๐ มิ.ย. ๒๕๕๑ ในกรณีพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ของพนักงานส่วนตำบล ๒ ราย คือ นายพีรยุทธ ชัชวาลกิจกุล ปลัดอบต. และ น.ส.ภคภัค หิรัณยรัศมี หน.ส่วนการคลัง อบต.ไทรน้อย ซึ่งถูกลงโทษไล่ออกจากราชการตามคำสั่ง อบต.ไทรน้อยที่ ๔๓๔/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๗ ธ.ค.๒๕๕๐ โดยมติที่ประชุมของ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ ๖/๒๕๕๑ มีมติว่า นายพีรยุทธฯ และ น.ส.ภคภัคฯ ได้รับโทษภาคทัณฑ์ตามคำสั่ง อบต.ไทรน้อยที่ ๒๑๙/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๐ แล้ว จึงถือว่านายพีรยุทธฯ และน.ส.ภคภัคฯ ได้รับการล้างมลทินตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงไม่อาจดำเนินการทางวินัยแก่บุคคลทั้งสองได้อีก ดังนั้น การที่ ก.อบต.จังหวัดนนทบุีรี มีมติในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ไล่ออก และคำสั่ง อบต.ไทรน้อยที่ ๔๓๔/๒๕๕๐ ให้ไล่ผู้อุทธรณ์ทั้งสองออกจากราชการ จึงไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ซึ่งผู้ร้องทั้งสองเห็นว่า มติ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๐ มิ.ย. ๒๕๕๑ ไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว
                  -ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของ อ.ก.อบต.วินัย ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๒ ที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่ออบต.ไทรน้อย มีคำสั่งที่ ๒๑๙/๒๕๕๐ ลงโทษภาคทัณฑ์ นายพีรยุทธ ชัชวาลกิจกุล และ น.ส.ภคภัค หิรัณยรัศมี ในวันที่ ๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๐ แล้วรายงานการดำเนินการทางวินัยดังกล่าวให้ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี พิจารณา แม้ว่า ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี จะมีมติในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๕๐ ให้ไล่ทั้งสองคนออกจากราชการ แต่การที่ อบต.ไทรน้อย ได้ออกคำสั่งที่ ๔๓๔/๒๕๕๐ เพิ่มโทษตามมติ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี เป็นไล่นายพีรยุทธฯ และน.ส.ภคภัคฯ ออกจากราชการ ลงวันที่ ๒๗ ธ.ค. ๒๕๕๐ หลังจากที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ โดยมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๐ และได้รับโทษหรือรับทัณฑ์ทั้งหมดหรือบางส่วนไปก่อน หรือในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัยในกรณีนั้น ๆ ดังนั้น บุคคลทั้งสองย่อมเป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัยตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงได้รับการล้างมลทิน โดยผลของกฎหมายแล้ว ดังนั้น อบต.ไทรน้อย จึงไม่สามารถมีคำสั่งเพิ่มโทษนายพีรยุทธฯ และ น.ส.ภคภัคฯ เป็นไล่ออกตามมติ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ได้
                  -ส่วนการที่ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ย. ๒๕๕๐ ให้ไล่ทั้งสองคนออกจากราชการแต่ อบต.ไทรน้อย ได้ออกคำสั่งที่ ๔๓๔/๒๕๕๐ เพิ่มโทษเป็นไล่ นายพีรยุทธฯ และ น.ส.ภคภัคฯ ออกจากราชการ ลงวันที่ ๒๗ ธ.ค. ๒๕๕๐ พิจารณาได้ว่า การดำเนินการไม่เป็นไปตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ที่ มท ๐๘๐๙.๑/๓๔๕ ลงวันที่ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๔๕ จนเป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองได้รับผลจาก พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรีพิจารณาดำเนินการตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท ๐๘๐๙.๖/ว ๑๑๐ ลงวันที่ ๔ ก.ค. ๒๕๕๑
                  -อนึ่ง ที่ประชุมเห็นให้แจ้ง ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี กรณีตามคำร้องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๘๐๙.๘/ว ๑๐๙๒ ลงวันที่ ๓ เม.ย. ๒๕๕๑ เรื่อง ขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องนำเรื่องเสนอ ก.จ.จ., ก.ท.จ.และ ก.อบต.จังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณา และเมื่อมีมติเป็นประการใดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการไปตามนั้น โดยเห็นควรแจ้งให้ ก.อบต.จังหวัดนนทบุรี ดำเนินการตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวด้วย
               ๗)การร้องขอให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
                  -ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องของ นายธานี คำชมภู ประธานคณะกรรมการกลุ่มเพื่อนบัญชีสุพรรณบุรี ซึ่งได้มีหนังสือถึงประธาน ก.ถ. ประธาน ก.อบต. และประธาน ก.อบต.จังหวัดสุพรรณบุรี ว่า เป็นผู้สอบแข่งขันได้ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ระดับ ๓ และเป็นตัวแทนของเพื่อนร่วมบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ ก.อบต.จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องขอให้พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นเช่นเดียวกับแนวทางของ ก.พ. และ ก.ค.ศ. เพราะเห็นว่า
                    (๑) ผู้สอบแข่งขันได้เป็นจำนวนมากกำลังเดือดร้อนและเสียสิทธิได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
                    (๒) เพื่อให้การบริหารงาานบุคคลส่วนท้องถิ่นทัดเทียมกับระบบการบริหารงานบุคคลอื่นทั้งในประเทศและในระดับสากล
                  -โดยที่ประชุมมีความตามข้อเสนอของ อ.ก.อบต.โครงสร้าง ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๒ พิจารณาแล้วเห็นว่า ก.พ. และ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นขึ้นอยู่ บนพื้นฐานการบริหารงานบุคคลที่เป็นปัญหาเฉพาะขององค์กรกลางการบริหารงานบุคคลแต่ละประเภท
                  -กรณีการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก.อบต.กำหนดให้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งอื่น ที่มิใช่ตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้อีกทางหนึ่งด้วยแล้ว โดยมิต้องไปสอบแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง ดังเช่นกรณีของ ก.พ. หรือ ก.ค.ศ. ดังนั้น จึงไม่มีเหตุในการแก้ไขหลักเกณฑ์แต่อย่างใด
                  -กรณีที่ผู้ร้องยกเหตุว่า ผู้สอบแข่งขันได้เป็นจำนวนมากกำลังเดือดร้อนและเสียสิทธิได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้น เห็นว่า ตามหลักการสอบแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่ว่างในขณะนั้น แต่กำหนดให้มีการขึ้นบัญชีเพื่อเป็นการแก้ไขกรณีมีตำแหน่งว่างเพิ่มขึ้นอีก ภายหลังที่ได้ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันไปแล้วโดยกำหนดให้บัญชีนั้นสามารถใช้ได้ภายใน ๒ ปี ดังนั้น การที่ผู้ร้องว่าเสียสิทธิในการบรรจุแต่งตั้ง จึงมิใช่เป็นการเสียสิทธิ เพราะสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีตำแหน่งว่างและมีการเรียกผู้นั้นมารายงานตัวตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อรับการบรรจุแต่งตั้ง ตามเงื่อนไขที่ประกาศรับสมัครกำหนดไว้มาตั้งแต่เริ่มแรก จึงผูกพันที่ผู้สอบแข่งขันได้จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น จึงเห็นว่าข้อเรียกร้องนั้นมีเหตุผลไม่เพียงพอและเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักเกณฑ์การสอบแข่งขัน สมควรแจ้ง ก.อบต.จังหวัดสุพรรณบุรี ชี้แจงทำความเข้าใจให้ผู้ร้องต่อไป
               ๘)การร้องเรียน ก.อบต.จังหวัดศรีสะเกษดำเนินการอนุญาตให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไม่เป็นธรรม
                  -ที่ประชุมรับทราบผลความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียน ก.อบต.จังหวัดศรีสะเกษดำเนินการอนุญาตให้ใช้บัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ไม่เป็นธรรม โดยคณะอนุกรรมการฯ ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ



สรุปและรายงานโดย........พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ปลัดอบต.บงตัน จังหวัดเชียงใหม่
๒๐ เมษายน ๒๕๕๒


สำหรับรายละเอียดรายงานบันทึกการประชุมฉบับเต็มจะนำมาแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป (หากมีการจัดส่งมาให้) หรือ ท่านใดที่มีความประสงค์ต้องการให้โทรศัพท์ติดต่อขอรับได้โดยตรงที่กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ผู้แทนปลัดอบต. ที่ (๑) นายพัสกร ใยน้อย ปลัดอบต.บึงบอน จ.ปทุมธานี โทร. 081-6309893 หรือ (๒) นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัดอบต.เขาจ้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 089-9821610




 

ข่าว ณ. วันที่ 27 เม.ย. 2552 เวลา 14.44 น. โดย นิตยา@naxsolution.com

ผู้เข้าชม 7726 ท่าน

 
 
 
 
 
สงวนสิขสิทธิ์ @ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกระทุ่ม อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี 61120
โทรศัพท์ : 056-510-977 จำนวนผู้เข้าชม 1119605 เริ่มนับ 26 ก.ย. 2551
จัดทำโดย : Naxsolution.